MSM Gossip

ครูข้ามเพศถูกโรงเรียนบีบให้ออก เพราะแต่งหญิงมาทำงาน ถูกผู้บริหารด่า “ขยะที่มีชีวิต”

ครูข้ามเพศ

นายนาดา ไชยจิตต์ นักสิทธิมนุษยชนได้โพสต์เล่าว่า ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในภาคอีสาน จังหวัดที่มีสนามฟุตบอลใหญ่ที่สุดในไทย มีครูข้ามเพศชื่อ “ครูบอล อุกฤษฏ์ จัดสนาม” ถูกบีบให้ออก เพราะแต่งชุดข้าราชการหญิง

ได้รับหนังสือตักเตือนจากผู้บริหารว่า “แต่งกาย ไว้ทรงผมไม่เหมาะสมกับเพศสภาพ ที่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีกับนักเรียน”

ได้คะแนนการประเมินครูไม่ผ่าน อาจต้องพ้นจากข้าราชการภายใน 5 วัน ผู้บังคับบัญชากล่าวว่า “เพศสภาพอย่างเธอไม่มีใครยอมรับ ผอ.ไม่รู้จะอธิบายสังคมยังไง รูปร่างหน้าตาแบบนี้ใครเขาจะมอง”

กดดันให้ต้องเซ็น MoU เพื่อปรับปรุงพฤติกรรม โดยอ้าง “ข้อ 1.9 ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการไว้ผมและการแต่งกายของข้าราชการลูกจ้างและผู้ที่ทำทำงานในรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2516”

เป็นครูคนเดียวจาก 28 คน ที่ได้รับเงินเดือนขึ้นเพียง 1% เป็นจำนวนเงิน 180 บาท

ถูกทีมผู้บริหารของโรงเรียนกล่าวว่า “ขยะที่ไม่มีชีวิตยังเก็บยังเผาได้ แล้วขยะที่มีชีวิตล่ะ”

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_2721273

ที่โปแลนด์ ได้มีการผลิตสติกเกอร์ “เขตปลอดเกย์ตุ๊ดกะเทย” แจกจ่ายให้ประชาชนนำไปติดตามสถานที่ต่างๆที่ไม่อยากให้เกย์ตุ๊ดกะเทยเข้ามาในสถานที่นั้น

ที่มา : https://www.lgbtqnation.com/2019/07/lgbt-free-zone-stickers-businesses-will-distributed-poland/?fbclid=IwAR17EKyFG7qABWqV0iaK8xM1OXrmngLNgmdMKjHKJ3najVNng2TIV7s0fAs

วันนี้ กลุ่ม LGBTQ ได้มายื่นสภา ตั้งกรรมาธิการความหลากหลายทางเพศ อ่านต่อ….

วันนี้ กลุ่ม LGBTQ ได้มายื่นสภา ตั้งกรรมาธิการความหลากหลายทางเพศ

เมื่อเที่ยงวันนี้ 19 มิ.ย. ที่รัฐสภาชั่วคราว นายกิตตินันท์ ธรมธัช นายกสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ส.ส.ที่มีความหลากหลายทางเพศจาก “พรรคอนาคตใหม่” ประกอบด้วย นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ , นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ , น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ฯลฯ เข้ายื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อบรรจุให้มีคณะกรรมาธิการสิทธิด้านความหลากหลายทางเพศ

นายกิตตินันท์ กล่าวว่า วันนี้จะมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการสามัญสภาผู้แทนราษฎรขึ้น ซึ่งประเด็นความหลากหลายทางเพศนั้นเป็นประเด็นที่ไม่ควรตกหล่น ซึ่งทางกลุ่มต้องการ พ.ร.บ.รับรองให้เท่าเทียมกับมนุษย์ทุกคน จึงได้มายื่นหนังสือต่อประธานยกร่างข้อบังคับฯ เพื่อขอให้จัดตั้งคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ หรืออาจเป็นส่วนหนึ่งของกรรมาธิการในการผลักดันประเด็นนี้ให้เกิดเป็นรูปธรรมในสังคมไทย

ในภาพอาจจะมี 9 คน, ผู้คนกำลังยืน และชุดสูท

ในภาพอาจจะมี 6 คน, คนที่ยิ้ม, ผู้คนกำลังยืน และชุดสูท

 

Lesbian couple confesses to butchering their child ‘because he wanted to be a girl’

Warning: The crimes these women are accused of are horrific and this article contains graphic details.

A mother and her lesbian partner are accused of castrating and beheading a 9-year-old child “because he wanted to be a girl.” But what the two women did next makes the horrific killing even more shocking.

Mum Rosana Cândido, 27, and Kacyla Pessoa, 28, have confessed to Brazilian police that Cândido’s child, Rhuan, died after extreme abuse. Rhuan’s father told authorities that Cândido fled with the child five years ago.

Reportedly, Rhuan was a product of rape and his mother said she “felt hatred and no love” for the child.

Related: This mom will be a stand-in at your wedding if your mother won’t attend

After Rhuan said they wanted to be a girl, the women are accused of castrating the child and ripping off his penis.

Cândido is accused of stabbing Rhuan 12 times before beheading them while still alive. The women then stripped the skin from the child’s face and attempted to gouge out Rhuan’s eyeballs to make it hard for police to identify the corpse.

The women then butchered Rhuan’s body and attempted to burn it on a barbecue. When that didn’t work, they stuffed the  body parts in a suitcase and backpacks for disposal. The two were spotted heaving the suitcase into a sewer and the backpacks were found at their home.

“She killed her son, quartered, decapitated, plucked the skin and tried to get rid of the body. It was a very terrible case,” local police chief Guilherme Melo said.

Pessoa’s 9-year-old daughter, who also lived with the couple, has been taken into protective custody.

Rosana Cândido and Kacyla Pessoa

Rosana Cândido and Kacyla Pessoa Brazilian Federal Police

Pride Month – June 2019

June is Pride Month, a month to celebrate gay, lesbian, bisexual, transgender, queer, and asexual people, plus all other sexual orientations and genders.  The month is celebrated in June in commemoration of the Stonewall Riots, which kicked off the first major demonstrations for gay rights in America. On June 28, 1969 police raided the Stonewall Inn in New York City’s Greenwich Village, but bar patrons — gay men and drag queens — fought back, a spontaneous incident which is now marked as the beginning of the gay rights movement in the United States. Brenda Howard, a bisexual activist, organized a march and other events to commemorate the one-year anniversary of the riots and is known as the “Mother of Pride.” Today, Pride Month features marches around the country, educational and awareness events, and parties to celebrate gay pride!

อิตาลีได้นายกเทศมนตรีเป็นชายข้ามเพศคนแรก ในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่โทรเมลโล

ในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองโทรเมลโล ประเทศอิตาลี ตัวแทนฝ่ายซ้ายคือ จานมาร์โก เนกรี ได้รับชัยชนะเหนือผู้แทนฝ่ายขวาจัดด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 37.5 ต่อ ร้อยละ 26 ซึ่งนอกจากจะทำให้เนกรีเป็นนายกเทศมนตรีชายข้ามเพศคนแรกของอิตาลีแล้ว ยังนับเป็นการที่ฝ่ายซ้ายสามารถพลิกเกมเอาชนะการเลือกตั้งในถิ่นที่ฝ่ายขวาจัดครองคะแนนความนิยมมาโดยตลอด

จานมาร์โก เนกรี (Gianmarco Negri) นายกเทศมนตรีชายข้ามเพศคนแรกของอิตาลี ที่มาภาพ: facebook.com/avvocatonegri

ในวันที่ 3 มิ.ย. 2562 ที่ผ่านมา จานมาร์โก เนกรี นายกเทศมนตรีชายข้ามเพศคนแรกของอิตาลีให้สัมภาษณ์ต่อสื่อหลังจากชนะการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเมืองโทรเมลโลเมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา เขาบอกว่าการเมืองแบบ “เย่อหยิ่งและกดขี่” ของกลุ่มขวาจัดไม่ช้าก็เร็วจะต้องพ่ายแพ้ให้กับ “การปฏิวัติแบบเอื้ออารี” (kindness revolution)

เมืองโทรเมลโลเป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ทางตินใต้ของเมืองมิลาน มีประชากรอยู่ราว 3,700 คน เมืองนี้เป็นฐานเสียงให้กับพรรคฝ่ายขวา “เลกานอร์ด” (Lega Nord) ของแมตเทโอ ซัลวินี แต่ในการเลือกตั้งท้องถิ่นล่าสุดพวกเขาก็เทคะแนนให้กับเนกรี ทนายความฝ่ายซ้ายอายุ 40 ปี ผู้ที่เป็นนักกิจกรรมด้านสิทธิคนข้ามเพศด้วย เขารณรงค์หาเสียงด้วยคำขวัญที่ว่า “แคมเบียเมนติ เปอร์ โทรเมลโล” (CambiaMenti per Tromello) ที่แปลออกมาได้ทั้ว 2 ความหมายไม่ว่าจะเป็น “การเปลี่ยนแปลงสำหรับโทรเมลโล” หรือ “เปลี่ยนใจเพื่อโทรเมลโล” ก็ได้

เนกรีให้สัมภาษณ์ต่อสื่อเดอะการ์เดียนว่า “มันเป็นเรื่องสวนกระแสโดยสิ้นเชิงในอิตาลีที่ผมได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรี” สิ่งที่เนกรีพูดมีหลักฐานบ่งชี้คือในการเลือกตั้งผู้แทนสภายุโรปล่าสุด อิตาลีโหวตให้พรรคเลกานอร์ดด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 53 ชณะที่พรรคฝ่ายซ้ายกลางได้รับคะแนนเสียงเพียงร้อยละ 16 เท่านั้น เนกรีบอกว่าชัยชนะของพกเขาที่ได้คะแนนค่อนข้างดีเป็นการส่งสารให้เห็นว่าในระดับการบริหารท้องถิ่นแล้วฝ่ายขวาถูกปฏิเสธ และน่าสนใจว่ามันเกิดขึ้นในเมืองเล็กๆ ที่ใช้ชีวิตอย่างเสรีได้ยากกว่า

ทั้งนี้เนกรีก็ไม่ได้มองว่าชัยชนะมาสิ่งที่เขาทำคนเดียวแต่เป็นเรื่องของทีมที่มีความเกี่ยวพันกับชุมชนและการที่พวกเขามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประชาชนและเมืองๆ นี้

เนกรีกล่าวว่าเขายอมรับว่าเขากลัวความเสี่ยงในเรื่องการถูกเหยียดในฐานะบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศเช่นกันเพราะเมืองโทรเมลโลเป็นเมืองเล็กๆ ที่คนส่วนใหญ่มาจากครอบครัวแบบประเพณีนิยม แต่เขาก็บอกกับตัวเองว่า “ผมรู้จักกับคนเหล่านี้ ถ้าพวกเขารักผมในตอนนี้ แล้วทำไมพวกเขาจะเปลี่ยนไปล่ะ” ซึ่งชาวโทรเมลโลก็ให้การยอมรับเนกรีและทำให้เนกรีสามารถแสดงออกตัวตนของตัวเองได้

“ขอปรบมือดังๆ ให้กับเพื่อนพลเมืองของผมผู้ที่แสดงให้เห็นว่าสิ่งสำคัญคือการที่จะสามารถพูดออกมาได้โดยไม่ต้องกลัวและไม่ต้องแอบซ่อนหรืออับอายตัวเอง” เนกรีกล่าว

เนกรีบอกอีกว่าเขาต้องการจะฟื้นฟูโทรเมลโลที่กำลังประสบปัญหาเหมือนเมืองเล็กๆ อื่นๆ คือการที่ร้านค้าและธุรกิจต่างๆ ปิดตัวลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และคนรุ่นเยาว์ที่มีความสามารถพากันออกไปตามเมืองอย่างมิลานหรือเมืองอื่นๆ ที่ไกลออกไป

ถึงแม้เนกรีจะเป็นนายกเทศมนตรีคนข้ามเพศคนแรกของอิตาลี แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนข้ามเพศในระบบการเมืองของพวกเขา เมื่อปี 2549 วลาดิเมียร์ ลักซูเรีย หญิงข้ามเพศที่เป็นนักกิจกรรมและนักแสดงก็เคยได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. มาก่อน ถึงแม้ว่าประเทศอิตาลีจะให้การยอมรับการจดทะเบียนคู่ชีวิตเพศเดียวกันเมื่อปี 2559 ซึ่งนำโดยพรรคการเมืองซ้ายกลาง แต่จากการสำรวจความคิดเห็นประเทศอิตาลีมักจะทำได้แย่เสมอในเรื่องสิทธิผู้มีความหลากหลายทางเพศ และพรรคฝ่ายขวาเลกานอร์ดก็แสดงออกต่อต้านการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันอย่างชัดเจน

ที่มา : https://prachatai.com/journal/2019/06/82775

งานแต่งงาน รัศมีแข – โจนาส งดงามริมทะเลสาบ อบอุ่นเรียบง่ายในแบบสวีเดน

งานแต่ง รัศมีแข

ภาพจาก Intragram gunnerl

ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ กับรัศมีแข ที่หลังจากคบหาดูใจกับ โจนาส หนุ่มสวีเดนมานับสิบปี ในตอนนี้ทั้งสองคนก็เข้าพิธีแต่งงานเล็ก ๆ ที่เรียบง่ายเป็นกันเอง ริมทะเลสาบที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ท่ามกลางความอบอุ่นของเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ไปร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

ภาพจาก Instagram boy_pisanu

โดยบรรยากาศนั้นเป็นไปอย่างเรียบง่ายเป็นกันเอง มีเพื่อน ๆ จากเมืองไทยอย่าง บอย พิษณุ, ดีเจดาด้า, ดีเจต้นหอม, จียอน, ฮั่น เดอะสตาร์, น้ำชา ชีรณัฐ ที่ตามไปเป็นแขกของงาน รวมถึงแขกเหรื่อคนอื่น ๆ ประมาณร้อยคน พร้อมกับภาพน่ารัก ๆ ที่คุณโจนาส ได้บรรจงจูบรัศมีแขอย่างโรแมนติก

งานแต่ง รัศมีแข

ที่มา : https://wedding.kapook.com/view210867.html

คู่รักไต้หวันคู่แรกใช้สิทธิ์แต่งงานเพศเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก

คู่รักไต้หวันคู่แรกใช้สิทธิ์แต่งงานเพศเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศสุดชื่นมื่น

นายเชน หลิน และนายมาร์ก หยวน เป็นคู่รักคู่แรกที่มาจดทะเบียนสมรสที่ศาลาว่าการกรุงไทเปวันนี้ (24 พ.ค.) ซึ่งเป็นวันแรกที่กฎหมายการแต่งงานเพศเดียวกันมีผลบังคับใช้ในไต้หวัน โดยทั้งคู่สวมชุดสูทแต่งงานสีน้ำตาลครีม และจูบกันและโชว์ทะเบียนสมรสที่ตกแต่งด้วยขอบสีรุ้งและรูปดอกไม้และใบไม้อย่างงดงาม เพื่อให้สื่อมวลชนและนักเคลื่อนไหวร่วมเป็นสักขีพยานความรัก ที่ยาวนานตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย

นายเชน หลิน (ซ้าย) และนายมาร์ก หยวน (ขวา) จูบกันหลังจากจดทะเบียนสมรสที่ศาลาว่าการกรุงไทเป วันนี้ (24 พ.ค.)

ส่วนคู่รักคู่ที่สอง คือ นางสาวหลี่อิง เฉียน นักเขียนบทละคร และแฟนสาวนักวาดการ์ตูน ที่ใช้นามปากกาว่า ไซนิคัล ชิค ก็มาใช้สิทธิ์ในวันนี้ด้วย

นักเขียนการ์ตูนนามปากกา ไซนิคัล ชิค (ซ้าย) และนางสาวหลี่อิง เฉียน คู่รักชาวไต้หวัน จดทะเบียนสมรสกันในวันนี้ (24 พ.ค.) ซึ่งเป็นวันที่กฎหมายแต่งงานเพศเดียวกันมีผลบังคับใช้เป็นวันแรก

พนักงานรัฐของไต้หวันคนหนึ่งให้ความเห็นว่า วันนี้ (24 พ.ค.) อาจมีคู่รักเพศเดียวกันมาจดทะเบียนสมรสราว 300 คู่ ซึ่ง 150 คู่จากทั้งหมดน่าจะมาจดทะเบียนสมรสในกรุงไทเป

กฎหมายการแต่งงานเพศเดียวกันของไต้หวัน ได้รับความเห็นชอบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากเมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้วศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า กฎหมายที่ให้สิทธิ์เฉพาะคู่รักชายหญิงได้แต่งงานขัดต่อรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติให้ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน

>> ไต้หวันผ่านกฎหมายแต่งงานเพศเดียวกัน ที่แรกในเอเชีย! ประธานาธิบดีไช่โพสต์ #LoveWins

อย่างไรก็ตาม ศาลกำหนดอีกว่า ถ้าหากมีคำวินิจฉัยออกมาครบ 2 ปีแล้ว ฝ่ายนิติบัญญัติยังออกกฎหมายมารองรับการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกันไม่ได้ ให้ถือว่าการแต่งงานเพศเดียวกันถูกกฎหมายโดยอัตโนมัติ

ที่มา : https://www.sanook.com/news/7780446/

สหรัฐ อนุญาตให้เพศเดียวกัน สามารถแต่งงานกันได้

                     เกิดกระแสไปทั่วโลกเมื่อเกิดเทรนด์ใหม่ชาวสังคมโซเชี่ยลต่างพากันเปลี่ยน รูปโปรไฟล์สีรุ้ง รวมไปถึงแอคเคานท์คนดังอย่าง มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของเฟซบุ๊ก และแอคเคานท์ทางการของทำเนียบขาว เพื่อแสดงความยินดีเชิงสัญลักษณ์ให้กับคู่รักกลุ่มคนรักร่วมเพศ
                    เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2558 ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐอเมริกา ออกมาระบุว่า ศาลสูงสหรัฐฯได้มีคำตัดสินเห็นชอบให้คู่รักที่เป็นเพศเดียวกัน สามารถแต่งงานกันได้ทั่วทั้ง 50 รัฐในสหรัฐฯ ถือเป็นชัยชนะสำหรับอเมริกา โดยชาวอเมริกันทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการปกป้องโดยเท่าเทียมกันตามกฎหมาย และทุกคนควรจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นใคร หรือเขาจะรักใคร 
                    ทั้งนี้ ศาลสูงสหรัฐได้มีมติ 5-4 เห็นชอบต่อการสมรสระหว่างผู้ที่มีเพศเดียวกัน โดยระบุว่าคนเหล่านี้มีสิทธิโดยชอบตามรัฐธรรมนูญที่จะทำการสมรส อย่างไรก็ตาม จากคำพิพากษาดังกล่าว ส่งผลให้การแต่งงานระหว่างคู่รักที่เป็นเพศเดียวกัน สามารถทำได้ทั่วทุกรัฐในสหรัฐฯ ตามหลักแห่งความเท่าเทียมกันสำหรับสิทธิในการแต่งงาน ซึ่งได้สร้างความยินดีและดีใจของเหล่าคู่รักเพศเดียวกันที่มารอฟังคำตัดสินในครั้งนี้
                   ดังนั้นทาง Facebook เอง ก็ได้มีการร่วมฉลองกิจกรรมดังกล่าวด้วย ด้วยการสร้างเครื่องมือให้ผู้ใช้สามารถปรับโทนสีของรูปโปรไฟล์ Facebook เป็นสีรุ้งได้ง่ายๆ โดยการเปิดให้ สมาชิก User ได้ใส่ filter สีรุ้ง กับรูปโปรไฟล์ของตนเองที่มีอยู่เดิม เพื่อเป็นการร่วมแสดงความยินดีกับกลุ่มคนที่รักร่วมเพศที่สามารถแต่งงานได้อย่างถูกต้องตามกฏหมายแล้ว
                   หลายคนอาจสงสัยว่า การแต่งงานสำหรับเพื่อนชาว LGBT (Lesbian Gay Bisexual Transgender) สำคัญอย่างไร? ตอบสั้นๆ ว่า มันคือ ‪‎สิทธิที่เท่าเทียม‬ และ ความรักที่เท่าเทียม‬กัน
                   ในฐานะลูกผู้หญิงที่แต่งงานกับผู้ชาย บางทีเราอาจมองข้ามประโยชน์ของการจดทะเบียนสมรส การออกกฏหมายอนุญาตให้ชาว LGBT แต่งงานกันได้ ‪เพื่อให้คู่สมรสเพศเดียวกันได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียม‬ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ ‪‎จดทะเบียนสมรส‬ การดูแลเรื่อง ‪‎ทรัพย์สิน‬-‪‎มรดก‬-‪บุตร‬ หรือแม้กระทั่งสิทธิที่คู่สมรสควรจะได้รับ เช่น ‪‎สิทธิในการรักษาพยาบาลที่คุ้มครองทั้งครอบครัว‬
หากไม่ได้แต่งงานอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ชาว LGBT จะไม่ได้รับสิทธิเหล่านี้เลย ทั้งๆ ที่เค้าก็รักกันจริง และอยู่ร่วมกันจริง