MTN-017: งานวิจัยขยายของระยะที่2 เพื่อศึกษาความปลอดภัยและการยอมรับของทีโนโฟเวียร์เจล 1 % แบบลดปริมาณกลีเซอรีนทางทวารหนัก

                            ได้มีการตีพิมพ์ผลงานโครงการ MTN 017 ในวารสาร Clinical Infectious Diseases วันที่ 16 ธันวาคม 2559                      โดยมีบทคัดย่อของผลการศึกษาดังนี้

ที่มาของการศึกษา
            การติดเชื้อเอชไอวีมีผลกระทบต่อกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและสาวประเภทสองเป็นสัดส่วนที่มากกว่าประชากรกลุ่มอื่น ดังนั้นมีความจำเป็นที่ต้องศึกษาความปลอดภัยและการยอมรับ สำหรับป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี โดยการวิธีการที่ใช้กับทวารหนัก

           โครงการ MTN-017 เป็นโครงการวิจัยระยะที่2, มีการวิจัย 3 ขั้นตอน,โดยใช้วิธีสุ่มตามลำดับ, เปิดฉลาก, โดยศึกษาถึงความปลอดภัย และการยอมรับของของทีโนโฟเวียร์เจล 1 % แบบลดปริมาณกลีเซอรีนทางทวารหนัก(หรือทีโนโฟเวียร์เจลทางทวารหนัก) เทียบกับ ยาเม็ดเอ็มทริซิตาบีน/ทีโนโฟเวียร์ (FTC/TDF)แบบกิน

            โดยในทุก 8 สัปดาห์ อาสาสมัครจะถูกสุ่มให้รับผลิตภัณฑ์โครงการฯดังนี้ 1) ทีโนโฟเวียร์เจลทางทวารหนัก วันละครั้ง หรือ 2)ทีโนโฟเวียร์เจลทางทวารหนักใช้ก่อนและหลังการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักโดยที่ตนเป็นฝ่ายรับ หรือ 3) ยาFTC/TDF แบบกิน

ผลการศึกษา

             พบว่าชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและสาวประเภทสองทั้งหมด 195 คน ที่ได้เข้าร่วมโครงการจาก 8 ศูนย์วิจัยในประเทศ สหรัฐอเมริกา, ไทย, เปรู, และอัฟริกาใต้ มีอายุเฉลี่ยที่ 31.1 ปี (18-64)

             ทั้งหมดไม่พบความแตกต่างของเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ของอาสาสมัครใน 1) การใช้เจลทุกวัน (อัตราการเกิดอุบัติการณ์(IRR): 1.09, p=0.59) หรือ 2) การใช้เจลเฉพาะก่อนและหลังการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก (IRR: 0.90, p=0.51) เมื่อเทียบกับ 3) การกินยา FTC/TDF ทุกวัน

              กลุ่มที่มีการใช้ผลิตภัณท์อย่างสม่ำเสมอหรือสูง (ใช้มากกว่าเท่ากับ 80% โดยประเมินจากผลิตภัณท์ที่นำมาคืนและการตอบกลับข้อความทางโทรศัพท์) ชอบต่อวิธีการใช้เจลทุกวันน้อย (Odds Ratio (OR): 0.35, p<0.001) และ อาสาสมัครยังรายงานว่ามีความเป็นไปได้น้อยที่จะใช้เจลแบบใช้ทุกวันในอนาคต เมื่อเทียบกับการกินยา FTC/TDF (OR: 0.38, p<0.001).

สรุปผลการศึกษา

              การใช้ทีโนโฟเวียร์เจลทางทวารหนัก มีความปลอดภัยในชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายและสาวประเภทสอง ส่วนในด้านความสม่ำเสมอในการใช้และโอกาสที่จะใช้ผลิตภัณท์ในอนาคต พบว่า มีความใกล้เคียงกันสำหรับการใช้เจลทางทวารหนักแบบใช้ตามการมีเพศสัมพันธ์กับการกินยาแบบทุกวัน แต่พบว่าต่ำสำหรับการใช้เจลแบบทุกวัน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: