ไวรัสเอชพีวีกับชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย

เชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV) เป็นเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อย สามารถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์และการสัมผัสบริเวณที่ติดเชื้อ โดยสามารถทำให้เกิดความผิดปกติบริเวณอวัยวะเพศและบริเวณทวารหนักได้ ทั้งในชายและหญิง  โดยที่เชื้อนี้ มีมากกว่า 40 สายพันธุ์ และอย่างน้อย 13 สายพันธุ์ เป็นสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งสูง    
 
           เป็นที่รู้กันดีว่าเชื้อเอชพีวี เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูกในหญิง ซึ่งปัจจุบันได้มีการส่งเสริมการฉีดวัคซีนให้กับเด็กหญิงทุกคนในหลายประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเป็นมะเร็งเปากมดลูกเมื่อโตขึ้น  แม้แต่ในชายที่มีเพศสัมพันธุ์กับชาย ก็เริ่มมีความกังวลว่าอาจทำให้เกิดมะเร็งทวารหนัก และในบางประเทศ ก็มีการแนะนำให้ฉีดวัคซีนนี้ในเด็กชายด้วย
 
           สำหรับในเมืองไทย วัคซีนเอชพีวี ยังไม่มีบริการฉีดให้ประชาชนทั่วไป แม้ว่าจะมีการรณรงค์ให้ฉีดในหญิง แต่การเข้าถึงวัคซีนโดยยังคงจำกัด เนื่องด้วยราคาที่ยังค่อนข้างสูง   สำหรับในกลุ่ม ประชากรชายที่มีเพศสัมพันธุ์กับชายซึ่ง มีประชากรกลุ่มจำนวนค่อนข้างมาก (ประมาณ 3% ของชายอายุ 15-49ปี)  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพ ภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา แต่ข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้กลับมีน้อย จึงยังไม่มีคำแนะนำให้มีการฉีดวัคซีนนี้ในชาย ทำให้มีความสำคัญที่ต้องศึกษาเชื้อ HPV ในประชากรกลุ่มนี้ เพื่อป้องกันการเกิดมะเร็งทวารหนักในอนาคต
 
           การศึกษาในกรุงเทพ พบว่า ในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย มีการติดเชื้อเอชพีวีจำนวนมาก โดยพบการติดเชื้อเอชพีวีทุกสายพันธุ์ ถึง 85%  และ ติดเชื้อสายพันธุ์ที่มีความเสียงสูงถึง 58%  โดยพบว่ามีการติดเชื้อเอชพีวีในกลุ่มที่ติดเชื้อเอชไอวีร่วมด้วยสูงกว่าผู้ไม่ติดเชื้อเอชไอวี
 
          สำหรับการศึกษาของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2555-2556 ทำการศึกษาในชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายที่อายุมากกว่า 18 ปี จำนวน 200 คน พบว่า พบการติดเชื้อเอชพีวีทั้งหมด  80%  โดยพบว่าผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี มีการติดเอชพีวีร่วมด้วยสูงถึง 100% ในขณะผู้ที่ไม่ทราบผลเอชไอวีพบการติดเอชพีวี 86.% และ ผู้ที่ไม่ติดเชื้อเอชไอวีพบการติดเชื้อเอชพีวี  70%  ในสายพันธุ์ที่มีความเสียงสูงต่อการเป็นมะเร็ง พบความชุกของ ผู้ติดเชื้อเอชพีวีที่มีความเสี่ยงต่อการก่อมะเร็งสูงถึง 67% และพบว่าผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี ก็มีการติดเชื้อเอชพีวีชนิดนี้สูงกว่าอีกสองกลุ่มเช่นกัน  และเมื่อทำการตรวจสอบสายพันธุ์ พบว่าสายพันธุ์ที่พบบ่อยที่สุดคือ สายพันธุ์ HPV16  และรองลงมาคือ HPV58 และ 51 ตามลำดับ
 
          จากการศึกษา เราจะเห็นได้ว่าในกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย  พบการติดเชื้อ HPV ทางทวารหนักสูงมาก และยังพบสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งสูงเช่นกัน จึงมีความจำเป็นที่ควรส่งเสริมให้เด็กชายทุกคนได้รับการฉีดวัคซีน HPV เพื่อป้องกันการติดเชื้อนี้ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในทวารหนักในอนาค อีกทั้งยังช่วยป้องกันการส่งต่อเชื้อไปยังคู่นอนไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายด้วยกันเอง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง: